Siripohn's Insights (Blog)
พื้นที่เงียบสงบสำหรับการสร้างสรรค์Artist residency at Studio Chiangdao Blue
ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงรายละเอียดเล็กน้อยก่อนเปิดรับผู้เข้าพัก
ชั้นบนเป็นห้องพักส่วนตัวพร้อมระเบียงกว้าง มองเห็นวิวดอยหลวงเชียงดาวแบบพาโนรามา ชั้นล่างเป็นพื้นที่ทำงานและใช้ชีวิต เชื่อมต่อกับห้องย้อมสี
ที่นี่คือพื้นที่สำหรับสำรวจสีธรรมชาติจากพืชและวัตถุดิบท้องถิ่น ผ่านงานผ้า กระดาษ และไม้ คากิชิบุและแทนนินจากลูกมะเกลือ ซึ่งถูกใช้สืบทอดมายาวนานในงานไม้และงานกระดาษแบบดั้งเดิม ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่นี่เช่นกัน
พื้นที่เงียบสงบสำหรับสำรวจ ทดลอง และสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ — ไม่มีถูกหรือผิด
ความสร้างสรรค์อันเงียบสงบระหว่างไทยและญี่ปุ่น
Studio Chiangdao Blue คือพื้นที่สร้างสรรค์อันเงียบสงบ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ค่อยๆกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองอีกครั้ง ผ่านจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์เรียบง่าย และการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า — มือ ดวงตา เสียง กลิ่น และความรู้สึก
นอกจากการได้สัมผัสงาน handmade และความงามของสีครามธรรมชาติแล้ว ผู้มาเยือนยังสามารถเรียนรู้ภูมิปัญญางานคราฟต์ที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นจากบทสนทนาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น
ลวดลายผ้าที่เห็นในครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวอักษรญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “คราม” และอักษรล้านนาโบราณที่สื่อถึง “Chiangdao Blue” ถ่ายทอดผ่านเทคนิค stencil แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ควบคู่ไปกับกระบวนการสร้างสรรค์ ยังเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสความเรียบง่ายสงบของวิถีชีวิตชนบท และรับพลังเงียบๆจากภูเขาและผืนป่า โดยเฉพาะดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน power spots ของภาคเหนือประเทศไทย
Artist residency at Chiangdao Blue, Chiang Mai, Thailand
ขณะนี้งานก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมากกว่า 70% แล้ว และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
พื้นที่สร้างสรรค์และพื้นที่ทำงานอันเงียบสงบ สำหรับงานผ้าและการย้อมสีธรรมชาติ ที่หยั่งรากอยู่กับวัตถุดิบท้องถิ่น กระบวนการทำงานที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญางานคราฟต์ทั้งของไทยและญี่ปุ่น
นอกจากสีครามแล้ว เรายังทำงานกับ ebony berries และ kakishibu ซึ่งเป็นสีย้อมที่อุดมด้วย tannin และสามารถใช้ได้กับทั้งผ้า กระดาษ และไม้
โครงการ artist residency นี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การเข้าร่วม artist residency เป็นเวลา 3 เดือนที่เมืองคานาซาวะ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2022 ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของ UNESCO Creative Cities
กิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาหลายอย่างที่ Chiangdao Blue ถ่ายทอดร่วมกับเยาวชนในเชียงดาวทุกวันนี้ ก็เติบโตต่อยอดมาจากประสบการณ์ครั้งนั้นเช่นกัน
จากใบครามสู่สีคราม — เนื้อครามเปียกจากธรรมชาติสำหรับงานศิลป์
เนื้อครามเปียกที่สกัดจากต้นคราม ที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์และสกัดในปริมาณไม่มากในแต่ละครั้งของการเก็บเกี่ยวใบคราม เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้ได้เนื้อครามเปียกที่มีเปอร์เซนต์ของ pigment ที่สูง เนื้อเนียนละเอียด จนสามารถใช้เป็นแม่สีสีน้ำเงินที่สกัดจากธรรมชาติ เหมาะสำหรับงานเพ้นท์บนกระดาษ เช่น water color paper ผู้ที่ทำงานเพ้นท์ ชื่นชอบงานเพ้นท์ และอยากลองใช้สีครามที่สกัดจากใบคราม สามารถติดต่อสอบถามเราได้ โดยสามารถเช็คช่องทางการติดต่อได้จาก website: www.chiangdaoblue.com
อบอุ่นด้วยรักและความสร้างสรรค์
เป็นอีกหนึ่งวันที่อบอุ่นด้วยความรัก สร้างสรรค์ และเป็น true mindfulness moment ความอบอุ่นน่ารักของทั้งสองคน ทำให้หัวใจของพวกเราใน studio พลอยมีความสุขและ realize มากขึ้นถึงพลังของความรักความเอาใจใส่ซึ่งกันและกันของ Pam&Paul กิจกรรมของวันนี้เป็นของขวัญจากลูกชายและลูกสะใภ้ที่จอง workshops ให้พ่อแบะแม่ได้ใช้เวลาสนุกๆและสร้างสรรค์ร่วมกันในบรรยากาศแบบส่วนตัว
บรรยากาศสบายๆเป็นส่วนตัวและสร้างสรรค์แบบนี้สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจและได้ชิ้นงานที่ตัวเองเป็นผู้สร้างสรรค์ด้วยทักษะจาก Head, Hand & Heart จริงๆ
Chiangdao Blue อยากมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำนี้ให้กับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และปัจเจกชนที่อยากหาเวลาอยู่เงียบๆกับตัวเองอย่างสร้างสรรค์
สีที่ลึกขึ้น ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น: การทดลอง Kakishibu บนไม้
วันที่มีแสงแดดเป็นวันที่ เหมาะต่อการย้อมด้วยน้ำย้อมจากลูกพลับหมักหรือ kakishibu (persimmon dye) ครั้งนี้เราใช้น้ำหมัก kakishibu ที่หมักไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทดลองทากับพื้นผิวไม้ เราตั้งใจจะทาซ้ำไปเรื่อยๆ แบบไม่รีบ อาจจะ 40-50 ครั้ง แม้จนถึงตอนนี้ยังทาไปได้ไม่ถึง 20 ครั้งแต่สีก็เข้มขึ้นเรื่อยๆ น่าตื่นเต้นมาก
จุดประสงค์ของการทอลองกับพื้นผิวไม้ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่คุณสมบัติในการย้อมสีเท่านั้น แต่เรายังคาดหวังในคุณสมบัติของการรักษาเนื้อไม้ การป้องกันปลวก และอยากรู้ว่าถ้าต้องทาทับซ้ำๆกันกี่สิบครั้ง จึงจะสามารถเกิดคุณสมบัติสะท้อนน้ำได้
Kakishibu dyeing เป็นหนึ่งความหลงใหลส่วนตัวตั้งแต่สมัยใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น และได้เคยได้ย้อมผ้าด้วย kakishibu มาบ้าง ยิ่งศึกษายิ่งได้ลงมือทำจริงๆ ยิ่งรู้ว่าองค์ความรู้ที่ลึกซึ้งนี้วามารถเป็น life work ที่ ต้องค่อยๆใช้เวลาลงมือทำและทำความเข้าใจไปเรื่อยๆจริงๆ
สีธรรมชาติและการพัฒนาตนเอง: เรื่องราวการเรียนรู้ของอุ๋ง
ช่วงนี้ฝนตกน้อยลง และมีแดดดีระหว่างวัน "อุ๋ง" เทรนนี่ของเราจึงเริ่มเตรียมสีจากดินในพื้นที่สำหรับงานย้อม Bengara Zome เมื่อพิจารณาตามสภาพของดิน เราจึงจะแบ่งดินที่เตรียมออกเป็น 2 ชนิด ดินผงที่ละเอียดมากจะแยกไว้สำหรับงานย้อมเทคนิค stencil ส่วนดินเนื้อละเอียดน้อยกว่าจะแยกไว้สำหรับงานย้อมแบบจุ่มย้อม
อุ๋งเป็นนักเรียนกศน.(การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)ที่กระตือรือร้น มุ่งมั่นและอยากหาประสบการณ์ที่หลากหลาย จากวัยรุ่นที่ขี้อาย ไม่ค่อยมั่นใจตัวเอง อุ๋งได้เริ่มต้นค้นหาตัวเองผ่านการลงมือปฏิบัติในหลากหลายทักษะที่ตัวเองสนใจ และพาตัวเองเข้ามารับการอบรมในเชิง active learning ตอนนี้ อุ๋งเริ่มกล้าแสดงออก สามารถที่จะ reflect ความคิดความรู้สึกของตนเอง
ฉันรู้สึกดีใจที่ทักษะกระบวนการเรื่องการย้อมสีธรรมชาติได้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในการค้นหาและการเติบโตในเส้นทางชีวิตของอุ๋ง กิจกรรมที่เรียบง่าย แต่ลงลึกและค่อยๆให้เวลาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการบ่มเพาะตัวตนของเยาวชน น่าจะเป็นอีกหนึ่งความหมายของการผลักดันให้เชียงดาวเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ในลักษณะที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง
กิจกรรมย้อมคราม "from seed to dye" กับคณะนักเรียนจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงดาว
กิจกรรมย้อมคราม "from seed to dye" กับคณะนักเรียนจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงดาว เป็นโครงการเน้นเสริมทักษะเชิงวิชาชีพให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กับ local artisans ในชุมชนของตัวเอง วันนี้ผู้เรียนแต่ละคนจะได้ย้อมผ้าคนละ 2 ชิ้นคือ ผ้าbandana และผ้า scarf หลังกิจกรรมได้มีการทำ reflection และให้ผู้เรียนทำการประเมินผลการทำกิจกรรมด้วยเทคนิคง่ายๆ ไม่ต้องใช้การเขียนตอบแบบสอบถาม เป็นที่น่าดีใจที่ผู้เรียนสนุกและใช้ความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความเข้าใจขั้นพื้นฐาน สามารถทำลวดลายออกมาได้อย่างน่าสนใจ นับเป็นเวลา 3 ชั่วโมงที่ผ่านไปรวดเร็วมาก ความคาดหวังต่อไปของเราคือ อยากให้ผู้เรียนเห็นแนวทางที่จะต่อยอดทักษะนี้ต่อไป อาจจะเริ่มจากร่วมกันทำ project เล็กๆ เช่น ทำของขวัญวันพ่อหรือวันแม่ ด้วยตนเองจากทักษะผ้าย้อมคราม เป็นต้น วันนี้ถือเป็นก้าวเล็กๆก้าวแรกที่มีความหมาย เพราะเป้าหมายหนึ่งของการถ่ายทอดองค์ความรู้คือ ให้ผู้เรียนเข้าใจและเห็นโอกาสที่จะเชื่อมโยงต่อยอดและทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของตนเองต่อไป
Chiangdao Blue: ศูนย์การเรียนรู้ช่างฝีมือในท้องถิ่น
Chiangdao Blue ในฐานะที่เป็นหนึ่งในศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงดาวของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการศึกษานอกระบบโรงเรียน โดยนักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ประกอบอาชีพอยู่แล้ว คือทำงานไปด้วยและเรียนนอกระบบไปด้วยพร้อมๆกัน ในนโยบายการศึกษาใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และขยายโอกาสให้นักเรียนได้มาเรียนรู้ทักษะฝีมือโดยตรงกับ local artisans เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะงาน crafts ที่สามารถต่อยอดเพื่อประกอบเป็นอาชีพได้
ขอชื่นชมในนโยบายการศึกษาที่เข้าใจในสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรอบการศึกษาแบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันยุคทันเหตุการณ์
เด็กและเยาวชนคืออนาคตของประเทศ การเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีทักษะที่หลากหลายจากการลงมือปฎิบัติและฝึกฝนด้วยตนเองจึงเหมาะสมอย่างยิ่ง
การทดลองย้อมร้อนจากน้ำย้อมลูกพลับป่า
ได้สีส้มอมน้ำตาลซึ่งก็เป็นสีปกติของสีย้อมจากลูกพลับ หลังจากนั้น shift สีด้วยน้ำสนิมหมักเองจากเศษเหล็ก
พบว่า tannin ของลูกพลับ react กับน้ำสนิมได้ดีมาก ความมหัศจรรย์ของสีและคุณสมบัติของสีจากธรรมชาติน่าตื่นเต้น น่าค้นหาและน่าศึกษาถึงที่มาที่ไปของความเปลี่ยนแปลงในเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อทำด้วยมือ เห็นด้วยตา จมูกสัมผัสกลิ่นในงานระหว่างทำ สามารถเก็บรายละเอียด in between the process es เพื่อนำมาขยายผล ต่อยอดเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ นอกกรอบเดิมๆ เป็นเรื่องที่ท้าทายและสนุก เรื่องราวแบบนี้ถ้าเด็กๆได้มา experience ด้วยตนเอง น่าจะได้มุมมองใหม่ๆที่บางครั้งผู้ใหญ่อาจนึกไม่ถึงก็ได้
เริ่มต้นฤดูกาลลูกพลับป่ากับปณิธานแห่งภูมิปัญญา
เริ่มการหมักลูกพลับป่าของปีนี้ ซึ่งเก็บผลลูกพลับล่าช้ากว่าปีที่แล้วนิดหน่อย เพราะพายุฝนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว รู้สึกขอบคุณป่า ภูเขา น้ำฝนและแม่น้ำที่สร้างสรรค์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมให้คนได้ใช้ทักษะจากการสังเกตุ ใช้พลังแห่งสติปัญญาสั่งสมภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น และที่สำคัญภูมิปัญญาดั้งเดิมเหล่านี้เป็นการตกผลึกของทักษะฝีมือที่อ่อนน้อมและสอดคล้องกับวิถีของธรรมชาติ จึงเป็น mission ของคนรุ่นเราๆ ที่ควรสื่อสารและสืบสานคุณค่าเหล่านี้ เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อๆไป เพราะวิถีของภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนรุ่นก่อนคือคุณค่าแห่งอัตลักษณ์และตัวตนของพวกเรา ยิ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่พัฒนาขึ้นในระดับยิ่งสูงขึ้นเท่าไร ส่วนตัวเชื่อว่าคุณค่าเหล่านี้ยิ่งจำเป็นต้องมีควบคู่กันไป เพื่อช่วยให้คนสามารถรักษาสมดุลย์ในการใช้ชีวิตที่ดีได้อย่างที่ควรจะเป็น
พลังความคิดสร้างสรรค์และพลังชีวิตที่พร้อมสำ หรับการเติบโตของคนรุ่นใหม่
จากประสบการณ์ประมาณ 4 ปีที่ได้เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของวงการเรื่องการเรียนรู้แบบเน้นทักษะการลงมือปฎิบัติ และแนวคิดเรื่องศักยภาพ ปรัชญาในการดำเนินชีวิตแบบเน้นการพึ่งพาตนเอง และอิสระในการเลือกด้วยตนเองที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตแบบนอกระบบห้องเรียน ตัวฉันเองก็ค่อนข้างประหลาดใจว่า จากตอนแรกที่มีทัศนคติว่าตัวเราไม่เก่งเรื่องการปฎิสัมพันธุ์กับเด็กเพราะไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก แต่พอได้เริ่มก้าวแรกกับโครงการเชียงดาวเมืองแห่งการเรียนรู้กับทางมะขามป้อม Art Space ยิ่งมีส่วนร่วมมากขึ้นเท่าไร ยิ่งรู้สึกถึงขุมพลังงานที่ดึงดูดให้รู้สึกถึงความน่าสนใจ ความท้าทายและคุณค่าในเชิงลึกของสิ่งที่กำลังทำอยู่ ยิ่งทำยิ่งได้มุมมอง ยิ่งเห็นโอกาสใหม่ๆในศักยภาพที่มีพร้อมอยู่แล้วในตัวเด็กๆ ที่แค่รอโอกาสให้ได้ถูกกดปุ่ม switch on ในตัวของแต่ละคน เยาวชนคือพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทิศทางที่พวกเรามีส่วนร่วมในการสร้างค่านิยมที่พวกเขาต้องการ ที่หลายๆเรื่องหลายๆแนวคิดแตกต่างจากชุดความคิดเดิมของผู้ใหญ่
การได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเยาวชนในท้องถิ่นหลากหลายครั้ง ตัวเราเองพบว่าเป็นจังหวะที่ดีที่คนจากสองgeneration ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและบนพื้นฐานของภราดรภาพของความเป็นมนุษย์ รู้สึกขอบคุณตัวเองที่มีใจที่เปิดกว้าง ขอบคุณชุมชนเชียงดาวที่สนับสนุนให้เกิดพื้นที่ที่สร้างสรรค์ในเรื่องการเรียนรู้ ทำให้ตัวเองได้รู้สึกถึง ikigai ได้ในทุกๆวัน
เรื่องของสีคราม:
การย้อมคราม โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ การย้อมครามธรรมชาติคือใช้สีครามที่สกัดจากใบของต้นคราม กับการย้อมครามเคมี คือสีครามที่ผลิตโดยกระบวนการทางเคมีในระบบโรงงานอุตสาหกรรม
นอกจากเรื่องชนิดของ indigo pigment แล้ว ยังมีการแบ่งประเภทของน้ำย้อมครามออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ น้ำย้อมครามชนิดที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ กับน้ำย้อมครามชนิดที่ใช้สารเคมี ซึ่งวัตถุดิบบางตัวที่ใช้ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Studio Chiangdao Blue ใช้ แนวคิด"from seed to dye" เราปลูกครามออร์แกนิค ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าหญ้าในแปลงปลูก และในขั้นตอนการเตรียมน้ำย้อมครามให้พร้อมย้อม เราก็ใช้วัตถุดิบจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย ใช้น้ำด่างจากหินปูนธรรมชาติ และใช้น้ำมะขามเปรี้ยว กระบวนตั้งแต่การปลูก การสกัดสีคราม และการย้อมครามจึงดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
วัฒนธรรมการย้อมครามของไทยมีมาตั้งแต่โบราณ ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและภาคใต้ โดยแต่ละภาคก็จะมีต้นครามของท้องถิ่น เช่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีต้นครามพันธุ์ฝักตรง (indigofera tinctoria) ภาคเหนือจะมีต้นห้อม (Strobilanthes Cusia) และภาคใต้จะมีต้นครามพันธุ์ฝักงอ (Indigofera Suffruticosa) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีจังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องผ้าย้อมคราม ส่วนทางภาคเหนือ แต่เดิมการย้อมครามจากต้นห้อม หรือเรียกว่าการย้อมหม้อห้อมนั้น ทำกันมากที่จังหวัดแพร่ แต่ในปัจจุบันเนื่องจากต้นห้อมตามธรรมชาติหาได้ยากขึ้น การย้อมห้อมส่วนใหญ่ในจังหวัดแพร่มักจะเป็นการย้อมด้วยครามเคมี เหลือเพียงส่วนน้อยไม่กี่รายที่ยังย้อมห้อมธรรมชาติตามแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม ส่วนในจังหวัดอื่นๆของภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย แม่ฮ่องสอน วัฒนธรรมการย้อมห้อมยังมีอยู่ในหมู่บ้านบนภูเขาของบางชาติพันธุ์ เช่น กะเหรี่ยง ม้ง อาข่า เป็นต้น
เนื่องจากต้นห้อมนั้นต้องการสภาพแวดล้อมที่เฉพาะและเหมาะสม คือ บนภูเขา ที่ร่มและเย็น และมีน้ำอุดมสมบูรณ์ จึงจะปลูกได้ ทำให้การย้อมห้อมนั้นทำได้จำกัด และน่าเป็นห่วงว่าวัฒนธรรมการย้อมห้อมอาจสูญหายไปได้ในอนาคต ในปัจจุบันทางภาคเหนือจึงมีการปลูกต้นครามพันธุ์ฝักตรงและพันธุ์ฝักงอ เพื่อทดแทนห้อมที่มีน้อย แต่เนื่องจากกระบวนการย้อมครามแบบธรรมชาติ ต้องการความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในองค์ความรู้จากภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ได้จากการบอกเล่าสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเข้าใจในเชิงวิทยาศาสตร์ร่วมด้วย จึงจะทำให้วัฒนธรรมการย้อมครามสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น และจะช่วยเปิดมิติใหม่ให้การย้อมครามธรรมชาติ ให้ดูร่วมสมัย เข้าถึงง่ายขึ้น และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนและรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยในเวลาเดียวกัน
ในประเด็นของสุขภาพ หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ถึงคุณสมบัติทางสมุนไพรของครามธรรมชาติ ในสมัยก่อนต้นห้อมและครามถูกใช้เป็นยาลดไข้สำหรับเด็ก คนที่ถูกสัตว์มีพิษกัดหรือต่อย จะตำใบห้อมด้วยครกและใส่เกลือทะเลผสมนิดหน่อย จากนั้นนำมาห่อบนผ้าขาว แล้วนำมาพอกที่ผิว เพื่อดูดพิษและไข้
ในใบห้อมหรือใบครามนอกจาก indigo pigment แล้ว จะมีสารให้สีเหลืองเรียกว่า flavoniod สารให้สีแดงเรียกว่า indiburin และสารให้สีน้ำตาล ซึ่งสารให้สีต่างๆเหล่านี้รวมถึงสีคราม จะมีคุณสมบัติทางยา จึงทำให้สีครามธรรมชาติมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย และป้องกันผิวจากรังสี UV ได้ ทำให้ในสมัยก่อนชุดทำงานของเกษตรกรในหลายๆประเทศ ทำงานประเทศไทย และญี่ปุ่นนิยมย้อมด้วยครามธรรมชาติ
ดังนั้นถุงเท้าที่ย้อมด้วยครามธรรมชาติจึงช่วยลดปัญหาเท้ามีกลิ่นเมื่อต้องใส่ถุงเท้าตลอดวัน คนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย การใส่เสื้อผ้าย้อมครามธรรมชาติจึงอาจช่วยแก้ปัญหาได้
ด้วยคุณประโยชน์ของสีครามธรรมชาติในหลายๆด้าน สีครามธรรมชาติจึงมีศักยภาพและสามารถสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้มีโอกาสเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ได้ใช้ประโยชน์และได้รู้สึกถึงคุณค่าและขอบคุณธรรมชาติในการใช้ชีวิตในทุกๆวัน
Makhampom Art Space ทำโครงการต่อเนื่องในเรื่อง Active Learning
Makhampom Art Space ทำโครงการต่อเนื่องในเรื่อง Active Learning การเรียนรู้ในเรื่อง facilitator และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้แบบครบวงจรให้แก่คุณครูในวงการการศึกษา นักเรียนทั้งในระบบและนักเรียนนอกระบบ รวมถึง educators & artisans ทั้งในวงการ crafts และการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสการเปลี่ยนแปลงให้เกิดระบบการเรียนการสอนที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลกปัจจุบัน เพื่อให้ผู้เรียนทั้งในระบบและนอกระบบมีเทคนิควิทยาการและมีอิสระที่สามารถเลือกทางเดินและพัฒนาตนเองได้ สุดท้ายจะก่อให้เกิดการพัฒนาคนจากความเข้มแข็งภายในและอย่างยั่งยืน Chinagdao Blue ในฐานะหนึ่งใน learning station ของโครงการนี้ ก็มีความเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้เรื่องการย้อมครามธรรมชาติ ก็สามาถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะสร้าง young generation artisans ที่นำอค์ความรู้นี้ไปประกอบอาชีพและสืบทอดงานหัตถกรรมจากภูมิปัญญาของไทยให้คงอยู่ต่อไป

